iTopPlus436463221970
ไม่อยากให้ป้ายบริษัทดูเชยเร็ว

ป้ายหน้าโรงงาน ทำแบบไหนดี

คุณกำลังวางแผนทำ ป้ายบริษัท ใหม่อยู่หรือเปล่า? แล้วเคยกังวลไหมว่า… “อีกไม่กี่ปี ป้ายที่เพิ่งทำไปจะดูเชยไหมนะ?” ป้ายบริษัทเปรียบเสมือน “ใบหน้าแรกของแบรนด์” หากเลือกดีไซน์ที่ไม่สอดคล้องกับเวลา หรือยึดติดกับเทรนด์เฉพาะกิจ ไม่นานก็อาจตกยุค ทั้งที่เพิ่งทำไปไม่นาน

แต่ข่าวดีคือ มีหลายสไตล์ที่ “อยู่ได้นาน” แบบไม่ต้องตามแฟชั่น วันนี้เรารวบรวมแนวทางที่ช่วยให้ป้ายบริษัทของคุณ ดูดีแบบระยะยาว ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย ไม่ต้องกลัวเชย!


ไม่อยากให้ป้ายบริษัทดูเชยเร็ว(2)

1. Minimal Design = คลาสสิกตลอดกาล

ป้ายบริษัทที่เน้นความ “เรียบง่าย” คือดีไซน์ที่ไม่เคยตกยุค ตัวอักษรไม่ต้องเยอะ ฟอนต์ไม่ต้องหวือหวา สีไม่ต้องฉูดฉาด แต่ขอให้ “ชัดเจน อ่านง่าย และสะอาดตา”

ข้อดี:

  • คอนเซปน้อยแต่มาก ก็ใช้ได้ในงานป้ายเช่นกัน คือการออกแบบ ให้มีสีสรรไม่ต้องมาก เพื่อเน้นแค่โลโก้บริษัทที่ต้องการให้มีความเด่นกว่าอย่างอื่น

  • อยู่ได้นาน ไม่ตามเทรนด์จนเกินไป เมื่อสีมีความคลาสสิค ก็จะทำให้การเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก็ยังคงดูร่วมสมัยอยู่ คือหลักการ การออกแบบป้ายให้ยั่งยืน

  • ดูเป็นมืออาชีพ เวลาสีมีความเรียบหรู ก็เปรียบเสมือนคาร์แรกเตอร์ของคนที่มีความนิ่ง มีความสงบ รับมือได้ในทุกสถานการณ์ ป้ายโลโก้บริษัทจึงควรออกแบบให้สอดคล้องกับคอนเซปความเป็นมืออาชีพเช่นกัน

  • เหมาะกับทุกประเภทธุรกิจ ถึงแม้ว่าแต่ละบริษัทจะมีโลโก้บริษัท เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่การออกแบบ รูปแบบการทำป้าย ก็สามารถใช้สี โมโนโทนมาช่วยขับให้ป้ายบริษัทนั้นเด่นขึ้นด้วยการเลือกวัสดุที่เหมาะสม สีที่เหมาะสม ความสว่างของแสงที่เหมาะสม ก็จะช่วยได้มากทีีเดียว


2. ฟอนต์อ่านง่าย = จ่ายครั้งเดียวใช้ยาว

ฟอนต์แฟนซีอาจดูเท่ตอนนี้ แต่ลองคิดถึงอีก 3 ปีข้างหน้า…ฟอนต์ที่อ่านง่าย เช่น Sans Serif หรือ ฟอนต์เรียบโปร จะปลอดภัยกว่า ทำให้ป้ายบริษัทของคุณยังดู “เข้าใจง่าย” และไม่หลุดยุค

แนะนำ:

  • ใช้ฟอนต์ที่มีความกว้างพอดี ไม่อัดแน่นหรือบางเกินไป ฟอนท์ภาษาไทย มีหัวทำให้เวลาที่ขนาดตัวอักษรเล็กมากๆ อาจจะอ่านป้ายบริษัทจากระยะไกลไม่ออก ดังนั้นตอนที่มีการออกแบบควรเลือกใช้ฟอนท์ที่อ่านแล้วสบายตา คำนึงถึงระยะมองของป้าย ที่ต้องการใช้งาน เพื่อช่วยใ้ห้้ป้ายบริษัทนั้นได้ใช้ประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ผ่านไปผ่านมา

  • ถ้าเป็นฟอนต์ไทย เช่น Sarabun, TH Chakra Petch ก็ยังดูทันสมัยและเป็นทางการพอ ฟอนท์ที่เป็นทางการไม่เพียงแต่ทางราชการจะใช้ั บริษัททั่วไปเมื่อใช้ฟอนท์ต่างๆเหล่านี้ในป้ายบริษัท ก็จะทำให้ดูมีความเป็นผู้ใหญ่ สุขุมเช่นเดียวกัน


3. โทนสีที่อยู่ได้นาน

สีป้ายก็สำคัญไม่แพ้ดีไซน์ ถ้าไม่อยากให้ป้ายบริษัทดูเก่าเร็ว ให้หลีกเลี่ยงสีแฟชั่นที่เปลี่ยนทุกซีซั่น แล้วเลือกสีที่ ให้ความรู้สึกมั่นคง แทน เช่น:

  • สีเทาเข้ม / น้ำเงินกรมท่า – น่าเชื่อถือ ในกรณีที่ป้ายโลโก้บริษัท ป้ายหน้าร้าน มีสีเข้ม เราก็ควรเลือกออกแบบสีพื้นให้เป็นสีอื่นเพื่อให้สีพื้น ช่วยขับให้ป้ายบริษัทนั้นเด่นออกมาอย่างชัดเจน แต่สีเข้มก็จะมีข้อจำกัดในกรณีที่ต้องการให้ป้ายออกไฟ ตัวสติกเกอร์สีเข้มจะค่อนข้างดักแสงของไฟด้านใน ทำให้ไฟอาจจะสว่างได้น้อยกว่าปกติ ซึ่งก็จะเป็นลุคของป้ายที่มีความสุขุม เยือกเย็น

  • สีขาว-ดำตัดกัน – คลาสสิก สีดำนั้นสามารถใช้ในเวลากลางวันเพื่อให้มีความคลาสสิกของตัวป้ายบริษัท และด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน ตัวป้ายสีดำกลางวัน สามารถทำให้ผ่านไฟและออกแสงเป็นสีขาวตามโลโก้บริษัทในตอนกลางคืนได้ โดยที่ยังคงทำให้ป้ายบริษัทนั้น โดดเด่นชััดเจนในเวลากลางคืน

  • เอิร์ธโทน – อบอุ่น มีสไตล์ สีที่มีความอบอุ่น เหมาะกับป้ายที่มีสีมาตัดให้เด่นขึ้น หรือ อาจจะตั้งใจทำให้สีกลืนกันเพื่อให้ดูมีความเป็นธรรมชาติ และบ่งบอกถึงป้ายบริษัทที่ต้องการสื่อเรื่องของสิ่งแวดล้อมต่างๆ หากเราดีไซน์สีดีๆ ก็จะทำให้ป้ายบริษัทบอกเอกลัักษณ์ของลูกค้าได้อย่างชัดเจน


4. วัสดุที่ดูดีเสมอ ไม่ว่าเทรนด์จะเปลี่ยน

บางครั้งความเชยไม่ได้มาจากดีไซน์ แต่เกิดจากวัสดุที่เสื่อมสภาพเร็ว วัสดุที่แนะนำ สำหรับป้ายบริษัทที่ไม่ตกยุค ได้แก่:

  • อะคริลิกใส / ด้าน – เรียบหรู ทนฝนแดด

  • อลูมิเนียมคอมโพสิต – มี texture สวย ทนทานสูง

  • แผ่นไม้เทียม + อะคริลิกซ้อน – ดูมีชั้นเชิงและอบอุ่น


5. โลโก้คือพระเอก อย่าลืมปรับให้ทัน

ต่อให้ป้ายบริษัทออกแบบสวยแค่ไหน ถ้าโลโก้บริษัทดูตกยุค ภาพรวมทั้งหมดก็อาจพาให้ป้ายดูเก่าไปด้วย ถ้าคุณยังไม่ได้รีแบรนด์โลโก้ ลองปรับให้โมเดิร์นขึ้นอีกนิด แล้วค่อยไปออกแบบป้าย ก็จะได้ความสวยแบบครบรอบ


ไม่อยากให้ป้ายบริษัทดูเชยเร็ว(1)

ป้ายบริษัทที่ดี ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย ถ้าคิดให้ไกลตั้งแต่แรก

อย่าทำ ป้ายบริษัท เพราะ “อยากได้เร็ว” หรือ “เห็นร้านข้างๆ เขาทำแบบนี้” แต่ควรเลือกจากสิ่งที่เหมาะกับแบรนด์ และสามารถอยู่กับธุรกิจคุณไปได้อย่างน้อย 3-5 ปี

หากคุณยังลังเลเรื่องสไตล์ สี หรือวัสดุ เราขอแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบป้าย เพื่อให้ได้งานที่ทั้ง “ใช้งานได้จริง” และ “คงความทันสมัย” ไปพร้อมกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อสอบถาม

Line ID: @piyasign

Email: info@piyasign.com

Tel: 095689 3942 , 092 282 1659