ป้ายในสำนักงานควรมีอะไรบ้าง? เช็กลิสต์ป้ายออฟฟิศครบทุกจุด
ป้ายในสำนักงานควรมีอะไรบ้าง? เช็กลิสต์ครบทุกจุดก่อนเปิดออฟฟิศใหม่
.

ตอนวางแผนตกแต่งออฟฟิศใหม่เรื่องที่มักถูกดันไปไว้ท้ายสุดของงบประมาณคือเรื่องป้ายทั้งที่ในความเป็นจริงป้ายคือสิ่งแรกที่ลูกค้าเห็นและเป็นสิ่งที่พนักงานใช้ทุกวัน คำถามที่เจ้าของกิจการและทีมออกแบบภายในถามกันบ่อยที่สุดจึงเป็น ป้ายในสำนักงานควรมีอะไรบ้าง ถึงจะครบ ไม่ขาด และไม่ต้องมาไล่ทำเพิ่มทีหลังจนงานดูไม่เป็นชุดเดียวกัน บทความนี้จะพาไล่ดูทีละโซนแบบใช้งานได้จริง พร้อมแนะนำวิธีเลือกวัสดุให้เหมาะกับแต่ละจุด
.
ป้ายในสำนักงานสำคัญกว่าที่คิด เพราะทำหน้าที่มากกว่าการตกแต่ง
หลายคนมองป้ายเป็นงานตกแต่งชิ้นสุดท้าย แต่ถ้าลองสังเกตพฤติกรรมคนที่เข้ามาในออฟฟิศจะเห็นว่าป้ายทำงานอยู่ตลอดเวลาโดยที่เราไม่รู้ตัว
ป้ายในสำนักงานทำหน้าที่หลักอยู่สามอย่างพร้อมกัน
ยืนยันตัวตนขององค์กรว่าที่นี่คือบริษัทอะไรและน่าเชื่อถือแค่ไหน
นำทาง ช่วยให้ผู้มาติดต่อเดินไปถูกจุดโดยไม่ต้องถามพนักงานทุกครั้ง ซึ่งประหยัดเวลาทั้งสองฝ่าย
ความปลอดภัย เพราะป้ายบางประเภทเป็นสิ่งที่กฎหมายกำหนดให้อาคารต้องมี ไม่ใช่ทางเลือก การวางแผนป้ายให้ครบทั้งสามหน้าที่ตั้งแต่แรกจึงคุ้มกว่าการทยอยทำทีละชิ้นมาก
.
ป้ายในสำนักงานควรมีอะไรบ้าง แบ่งตามโซนการใช้งาน
วิธีที่ง่ายที่สุดในการเช็กว่าป้ายครบหรือยัง คือไม่ต้องไล่ตามชนิดของป้าย แต่ให้ลองเดินไล่ตามเส้นทางที่คนจริง ๆ ใช้ในออฟฟิศ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าอาคารจนถึงโต๊ะทำงาน แล้วดูว่าแต่ละจุดต้องการข้อมูลอะไรบ้าง
โซนที่ 1 หน้าอาคารและโถงต้อนรับ
โซนนี้คือจุดที่สร้างความประทับใจแรก และเป็นจุดที่ควรลงทุนมากที่สุดในบรรดาป้ายทั้งหมด
ป้ายที่ขาดไม่ได้คือป้ายชื่อบริษัทที่แสดงชื่อตรงตามที่จดทะเบียนไว้ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องภาพลักษณ์แล้วยังเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ใช้ตรวจสอบเวลาบริษัทยื่นเรื่องต่าง ๆ ถัดมาคือป้ายโลโก้บนผนังหลังเคาน์เตอร์ต้อนรับ ซึ่งกลายเป็นฉากหลังของภาพถ่ายและวิดีโอคอลของบริษัทไปโดยปริยาย และควรมีป้ายบอกเวลาทำการหรือป้ายจุดติดต่อสอบถามเพิ่มเข้าไปด้วยหากมีผู้มาติดต่อจำนวนมาก
โซนที่ 2 ทางเดินและพื้นที่ส่วนกลาง
พอผ่านโถงต้อนรับเข้ามาแล้ว หน้าที่ของป้ายจะเปลี่ยนจากการสร้างภาพลักษณ์เป็นการนำทางล้วน ๆ
จุดนี้ควรมีป้ายผังชั้นหรือป้ายบอกทิศทางติดไว้ตรงหัวมุมทางเดินและบริเวณหน้าลิฟต์ เพื่อบอกว่าแผนกไหนอยู่ทางไหน ควรมีป้ายบอกหมายเลขชั้นที่มองเห็นได้ทันทีเมื่อประตูลิฟต์เปิด และป้ายสัญลักษณ์ห้องน้ำที่ใช้ไอคอนสากลอ่านเข้าใจได้โดยไม่ต้องแปล หลักสำคัญของโซนนี้คือความสม่ำเสมอ ป้ายทุกชิ้นควรใช้ฟอนต์ สี และความสูงในการติดตั้งชุดเดียวกันทั้งชั้น เพราะสายตาคนจะจดจำรูปแบบซ้ำ ๆ ได้เร็วกว่าการอ่านทีละป้าย
โซนที่ 3 พื้นที่ทำงานและห้องประชุม
โซนนี้ผู้ใช้งานหลักคือพนักงานภายใน ป้ายจึงต้องเน้นความชัดเจนและความยืดหยุ่นมากกว่าความหรูหรา
สิ่งที่ควรมีคือป้ายชื่อห้องประชุมและป้ายชื่อแผนกติดหน้าประตูหรือยื่นออกมาจากผนังเพื่อให้มองเห็นจากปลายทางเดินป้ายแสดงสถานะว่างหรือไม่ว่างสำหรับห้องประชุมซึ่งช่วยลดปัญหาการเดินเข้าไปรบกวนกลางประชุม รวมถึงป้ายชื่อและตำแหน่งแบบตั้งโต๊ะสำหรับผู้บริหารหรือจุดติดต่อ ข้อแนะนำคือควรเลือกแบบที่เปลี่ยนข้อความได้ เพราะแผนกและตำแหน่งงานมีการปรับเปลี่ยนบ่อยกว่าที่คิด
โซนที่ 4 ป้ายความปลอดภัยที่กฎหมายกำหนด
โซนสุดท้ายเป็นกลุ่มที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด เพราะไม่ได้เกี่ยวกับความสวยงามแต่เกี่ยวกับข้อกำหนดทางกฎหมายโดยตรง
อาคารสำนักงานต้องมีป้ายทางออกฉุกเฉินพื้นสีเขียวตัวอักษรสีขาวติดตั้งเหนือประตูทางออกและตลอดเส้นทางหนีไฟ โดยมาตรฐานกำหนดระยะการติดตั้งไว้ตามขนาดของสัญลักษณ์ เช่น สัญลักษณ์สูง 10 เซนติเมตรควรติดห่างกันไม่เกิน 24 เมตร นอกจากนี้ยังต้องมีป้ายเขตปลอดบุหรี่ ป้ายบอกตำแหน่งถังดับเพลิง ป้ายจุดรวมพล และป้ายผังเส้นทางหนีไฟประจำชั้น การตรวจสอบส่วนนี้ให้ครบตั้งแต่ก่อนเปิดใช้อาคารจะช่วยลดปัญหาตอนขอใบอนุญาตและตอนตรวจประเมินได้มาก
.
เลือกวัสดุอย่างไรให้ป้ายในสำนักงานดูดีและอยู่ได้นาน
เมื่อรู้แล้วว่าต้องมีป้ายอะไรบ้าง คำถามต่อไปคือแต่ละจุดควรใช้วัสดุอะไร ซึ่งหลักการง่าย ๆ คือดูจากระยะที่คนมอง ยิ่งมองใกล้ยิ่งต้องเนี้ยบ ยิ่งมองไกลยิ่งต้องเน้นขนาดและน้ำหนัก
ป้ายที่คนมองระยะใกล้ ต้องเน้นความประณีตของผิวงาน
ป้ายชื่อบริษัทในโถงต้อนรับ ป้ายชื่อห้องผู้บริหาร หรือป้ายรางวัลและใบรับรอง คือกลุ่มที่คนยืนมองห่างเพียงหนึ่งถึงสองเมตร รายละเอียดทุกอย่างจึงถูกจับได้หมด
งานกลุ่มนี้เหมาะกับป้ายกัดกรดสแตนเลส เพราะการกัดกรดทำให้ตัวอักษรและโลโก้จมลงในเนื้อสแตนเลสจริง ไม่ใช่การพิมพ์ทับผิว จึงไม่ลอกไม่ซีดแม้ผ่านไปหลายปี รองรับรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างสระและวรรณยุกต์ภาษาไทยได้คมชัด และให้สัมผัสแบบงานพรีเมียมที่เข้ากับออฟฟิศสไตล์โมเดิร์นและมินิมอลได้ดี
ป้ายพื้นที่กว้างและผนังตกแต่ง ต้องเน้นน้ำหนักเบาและงบที่คุมได้
ส่วนป้ายผนังหลังเคาน์เตอร์ ป้ายวิสัยทัศน์องค์กร หรือแผงป้ายบอกทางขนาดใหญ่ตามทางเดิน จะมีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักที่ผนังรับได้และงบประมาณต่อตารางเมตร
กรณีนี้การรับทำป้ายอลูมิเนียมคอมโพสิต จะตอบโจทย์กว่า เพราะวัสดุน้ำหนักเบา ทำพื้นที่กว้างได้โดยไม่ต้องเสริมโครงหนัก ผิวหน้าเรียบสม่ำเสมอ เลือกสีและลายได้หลากหลาย และยังนำมาใช้เป็นแผ่นฐานสำหรับติดตัวอักษรลอยด้านหน้าเพื่อเพิ่มมิติให้งานดูมีราคาขึ้นได้อีกด้วย
.
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยเวลาวางแผนป้ายในออฟฟิศ
ก่อนจะสรุป มีสามข้อผิดพลาดที่พบซ้ำ ๆ ในโครงการที่ต้องกลับมาแก้งานทีหลัง ซึ่งป้องกันได้ไม่ยากถ้ารู้ล่วงหน้า
ข้อแรกคือทำป้ายทีละชิ้นตามความจำเป็นเฉพาะหน้าทำให้สุดท้ายออฟฟิศเต็มไปด้วยป้ายคนละฟอนต์คนละสีจนดูไม่เป็นระบบ ข้อสองคือติดตั้งป้ายในระดับความสูงที่ไม่สม่ำเสมอ ทำให้สายตาต้องกวาดหาตำแหน่งใหม่ทุกครั้ง ข้อสามคือลืมเผื่อเรื่องแสง โดยเฉพาะป้ายผิวมันในบริเวณที่มีแสงสปอตไลต์ส่องตรง ซึ่งอาจสะท้อนจนอ่านไม่ออกทั้งที่งานผลิตสวยมาก
.
สรุป วางแผนป้ายทั้งระบบตั้งแต่ต้นคุ้มกว่าทำทีละจุด
คำตอบของคำถามที่ว่าป้ายในสำนักงานควรมีอะไรบ้าง จึงไม่ใช่รายการสินค้าที่ต้องซื้อให้ครบ แต่คือการไล่ดูเส้นทางการใช้งานจริงตั้งแต่หน้าอาคารจนถึงโต๊ะทำงาน แล้วออกแบบป้ายทั้งชุดให้พูดภาษาเดียวกัน
หากคุณกำลังเตรียมเปิดออฟฟิศใหม่หรือกำลังปรับปรุงสำนักงานเดิม
การให้ผู้ผลิตเข้ามาช่วยดูตั้งแต่ขั้นตอนแบบจะช่วยประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณได้มากทีมงานPiyaSignมีบริการรับทำป้ายชื่อบริษัทและป้ายภายในสำนักงาน สามารถส่งแบบป้ายชื่อเข้ามาให้เราช่วยประเมินได้เลย
ติดต่อสอบถาม
Line ID:@piyasign
Email: info@piyasign.com
Tel: 095 689 3942 , 092 282 1659
.
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับป้ายในสำนักงาน (FAQs)
Q: ออฟฟิศขนาดเล็กจำเป็นต้องมีป้ายครบทุกประเภทไหม
A: ไม่จำเป็นต้องครบทุกอย่าง แต่ป้ายชื่อบริษัทและป้ายความปลอดภัยตามกฎหมายเป็นสองกลุ่มที่ควรมีเสมอ ส่วนป้ายบอกทางสามารถลดจำนวนลงได้ตามขนาดพื้นที่
Q: ป้ายภายในสำนักงานต้องเสียภาษีป้ายหรือไม่
A: ป้ายภายในอาคารบางประเภทที่มีพื้นที่ไม่เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดอาจได้รับยกเว้น แต่ป้ายชื่อบริษัทที่แสดงไว้ภายนอกโดยทั่วไปต้องยื่นแบบ แนะนำให้ตรวจสอบกับสำนักงานเขตหรือเทศบาลในพื้นที่
Q: ควรติดตั้งป้ายชื่อห้องที่ความสูงเท่าไหร่
A: โดยทั่วไปนิยมติดที่ระดับสายตาประมาณ 150 ถึง 160 เซนติเมตรจากพื้น และควรใช้ระดับเดียวกันทั้งชั้นเพื่อให้มองหาได้ง่าย
Q: ป้ายในออฟฟิศควรทำสองภาษาไหม
A: หากมีลูกค้าหรือพนักงานต่างชาติควรทำ โดยเฉพาะป้ายบอกทางและป้ายความปลอดภัย ส่วนป้ายความปลอดภัยแนะนำให้ใช้สัญลักษณ์สากลควบคู่กับข้อความเสมอ